 |
|
|
(กลยุทธ์การลงทุน 8/9/51)
แรงกดดันตลาด
ภาวะตลาดวานนี้ SET อ่อนตัวลงตั้งแต่เปิดตลาด ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค ขณะที่ความพยายามในการจัดการกับปัญหาการเมืองในประเทศมีความคืบหน้าไม่มาก จึงยังทำให้มีแรงขายกระจายทั่วตลาดในหุ้น ขนาดใหญ่ กด SET ให้ปิดที่ 645.80 จุด ลดลง 9.05 จุด
ภาวะตลาดวันนี้ SET ยังมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน (640 660 จุด) แม้ตลาดต่างประเทศจะรีบาวด์ได้เช้านี้ แต่ตลาดหุ้นไทยยังติดบ่วงการอ่อนตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และปัญหาการเมือง ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แม้ประธานรัฐสภา จะอาสาเป็นคนกลางที่จะเจรจากับทั้งสองฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายต่างสร้างเงื่อนไขที่ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจยอมรับได้ นายกฯ ยืนกรานไม่ลาออก/ยุบสภา และยืนยันแนวทางการแก้ปัญหาด้วยการทำประชามติ ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯ จะยอมเจรจาก็ต่อเมื่อนายกฯ ลาออกเท่านั้น นอกจากนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ จ. อุดรธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประชาชนเคยมีความเห็นขัดแย้งจนปะทะกันมาแล้ว ดูจะเพิ่มแรงกดดันการเมืองระยะสั้นขึ้นไปอีก SET จึงยังมีโอกาสแกว่งตัวลงไปที่แนวรับ 630 จุด (แนวรับระหว่างวันอยู่ที่ 640 จุด) อย่างไรก็ดี หากนายกฯ ตัดสินใจยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจจะส่งผลให้ SET ดีดตัวได้ในระยะสั้น โดยมีแนวต้านไม่เกิน 660 จุด การเก็งกำไรจึงน่าจะเกิดเมื่อดัชนีปรับตัวลงแรงใกล้แนวรับ โดยยังคงเน้นหุ้นที่รับความผันผวนของการเมืองขณะนี้ได้ดี อาทิ กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, DTAC) กลุ่มค้าปลีก (BIGC, CPALL) กลุ่มโรงพยาบาล (BGH, BH) กลุ่มส่งออก (CPF, TUF)
เราเห็นว่า ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อเท่าใด รัฐก็ยิ่งถูกบีบรัดจากแรงกดดันรอบทิศมากขึ้น ทั้งจากความบอบช้ำทางเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน และคดีความต่างๆ ที่ขมวดปมเข้ามา ทั้งคุณสมบัตินายกฯ จากการจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์ หรือคดีหมิ่นประมาท ไปจนถึงการยุบพรรค พลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลอื่น จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นนัยเร็วๆ นี้ ทางออกที่ดีที่สุด คงต้องเป็นการยอมถอยคนละก้าว รัฐประกาศยุบสภา เลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้กับปวงชนชาวไทย กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องยอมถอยออกจากทำเนียบรัฐบาล ขณะที่แกนนำพันธมิตรฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ด้วยการเข้ามอบตัวต่อสู้คดี ซึ่งคงทำให้ SET ดีดตัวกลับไปแถว 700 จุดได้โดยไม่ยากเย็น นำขบวนด้วยหุ้นขนาดใหญ่ พื้นฐานดี (กลุ่มธนาคาร สื่อสาร พลังงาน) เนื่องด้วยหุ้นไทยยังน่าสนใจในเชิงปัจจัยพื้นฐาน และบริษัทมีความยืดหยุ่นในการรองรับความผันผวนเศรษฐกิจได้ดี
ประเด็นสำคัญ
+ ราคาน้ำมันร่วงต่อ กังวลความต้องการชะลอ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือน ต.ค. ลดลง 1.66 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ปิดที่ 106.23 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากการแข็งค่าของดอลลาร์ หลังอัตราการว่างงานพุ่งขึ้นถึง 6.1% ในเดือน ส.ค. ถือเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 5 ปี ทั้งตลาดเพิ่มความกังวลว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีน อินเดีย และบราซิลอาจไม่มากพอที่จะชดเชยการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐได้ และจะกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน โดยความต้องการใช้น้ำมันของสหรัฐในรอบ 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 3.5%YoY และความต้องการบริโภคน้ำมันเบนซินมีแนวโน้มจะลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ ช่วงต้นทศวรรษ 1980 ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกยังคงปิดการผลิตราว 90.5% หลังพายุกุสตาฟผ่านพ้นไป
- หุ้นกลุ่มการเงินช่วยหนุนดาวโจนส์ แม้ดาวโจนส์จะปรับขึ้นมาปิดบวกได้ 33 จุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ประมาณการซื้อขายก็เบาบาง โดยเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มการเงิน จากความหวังว่ากระทรวงการคลังสหรัฐจะดำเนินการเข้าช่วยเหลือแฟนนีเม และเฟรดดี แมค (วานนี้ สำนักงานสินเชื่อการเคหะแห่งชาติ FHFA เข้าควบคุมกิจการทั้งสอง โดยทำการปลดผู้บริหารของทั้งสองบริษัท และใส่เงินเพิ่มทุนถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ส่วนทุนพลิกกลับเป็นบวก และบริษัททั้งสองยังต้องลดพอร์ตสินเชื่อบ้านลงให้เหลือไม่มากกว่า 850 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 52 หลังจากนั้นต้องลดลงอีกปีละ 10% จนกระทั่งพอร์ตเหลือเพียง 250 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันทั้งสองบริษัทมีพอร์ตรวมกัน 1,556 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ ยังมีบริษัทการเงิน 2 แห่งอยู่ระหว่างพิจารณาซื้อหุ้นบางส่วนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และบริหารสินทรัพย์ของเลห์แมน บราเธอร์ส แต่ตัวเลขการอ่อนแอของภาคแรงงานยังสะท้อนการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
|

 |

 |
MARKET -
MARKET 8 September 2008 |
CALENDAR -
CALENDAR 8 September 2008 |
|
|
|
|
| SET |
653.81 |
8.01 |
| มูลค่า |
1,467.82 |
ล้านบาท |
|
|
|
|
|