หลักการบรรษัทภิบาล| นักลงทุนสัมพันธ์| มุมสมาชิก| เกี่ยวกับซีมิโก้| ติดต่อซีมิโก้| แนะนำ ติชม| เว็บไซต์น่าสนใจ| แผนผังเว็บไซต์ 
Login
รหัสผ่าน
 
ลืมรหัสผ่าน | ขอรหัสผ่าน
ดาวน์โหลด
ถามมา-ตอบไป
คำศัพท์ที่ควรรู้
 
ชื่อย่อหลักทรัพย์
 
คำศัพท์ที่ควรรู้

A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

 



ATC
- AT THE CLOSE ( คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ณ ราคาปิดตลาด )
คำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ตามราคาปิดตลาด ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในช่วงเวลาปิดการซื้อขาย โดยเพียงแต่ต้องการซื้อหรือขาย ณ ราคาปิดเท่านั้น โดยสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ถึงเวลาปิด (Random เวลาในช่วง 16.35 - 16.40 น.)

ข้อควรระวัง
คือ ราคาปิดเป็นราคาที่เกิดจากการคำนวณจากการเสนอซื้อขายที่มีการเข้าและถอนออกได้ตลอดเวลา ราคาปิดจึงอาจเปลี่ยนได้เสมอแม้ขณะก่อนช่วงเวลาปิดการซื้อขายคราวแรกเพี้ยงเสี้ยววินาที

ระบบการซื้อขายจะจับคู่คำสั่ง ATC ก่อนคำสั่งประเภทระบุราคา (Limit Price) หากในกรณีที่คำสั่ง ATC สามารถจับคู่ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น คำสั่งที่เหลือก็จะสิ้นสภาพไป

คำสั่ง ATC ใช้ได้สำหรับการซื้อขายบนกระดานหลักและกระดานต่างประเทศเท่านั้น


ATO
- AT THE OPEN (คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ณ ราคาเปิดตลาด)
คำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ตามราคาเปิดตลาด ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในช่วงเวลาเปิดการซื้อขายคราวแรก โดยเพียงแต่ต้องการซื้อหรือขาย ณ ราคาเปิดเท่านั้น

ข้อควรระวัง คือ ราคาเปิดเป็นราคาที่เกิดจากการคำนวณจากการเสนอซื้อขายที่มีการเข้าและถอนออกได้ตลอดเวลา ราคาเปิดจึงอาจเปลี่ยนได้เสมอแม้ขณะก่อนช่วงเวลาเปิดการซื้อขายคราวแรกเพี้ยงเสี้ยววินาที

เมื่อผู้ลงทุนส่งคำสั่ง ATO เข้ามา คำสั่ง ATO จะเข้าไปรอดูการเลือกราคาเปิดเพื่อที่จะทำรายการต่อจากรายการที่ก่อให้เกิดราคาเปิดนั้น จากนั้นระบบการซื้อขายจะคำนวณราคาเปิดตามเกณฑ์ ดังนี้

 • เป็นราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายมากที่สุด
 • ถ้ามีราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายมากที่สุด มากกว่า 1 ราคา จะใช้ราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดครั้งก่อน
 • ถ้ามีราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดครั้งก่อนมากกว่า 1 ราคา จะใช้ราคาที่สูงกว่าราคาปิดครั้งก่อน

เมื่อได้ราคาเปิดแล้ว ระบบการซื้อขายจะจับคู่คำสั่ง ATO ก่อนคำสั่งประเภทระบุราคา (Limit Price) หากในกรณีที่คำสั่ง ATO สามารถจับคู่ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น คำสั่งที่เหลือก็จะสิ้นสภาพไป ไม่มีการนำไปจัดลำดับเมื่อเปิดตลาดแล้ว

คำสั่ง ATO ใช้ได้สำหรับการซื้อขายบนกระดานหลักและกระดานต่างประเทศเท่านั้น


AUTOMATCHING หรือ AUTOMATIC ORDER-MATCHING
(วิธีซื้อขายแบบจับคู่คำสั่งอัตโนมัติ)
เป็นวิธีการซื้อขายวิธีหนึ่งในระบบการซื้อขายด้วยคอมพิวเตอร์ของตลาดหลักทรัพย์ หรือ ระบบ ASSET วิธีการซื้อขายแบบจับคู่อัตโนมัตินี้จะประมวลคำสั่งซื้อและคำสั่งขายทั้งหมดเข้ามาในระบบและจัดเรียงลำดับการได้สิทธิซื้อ (หรือขาย) โดยระบบก็จะจับคู่คำสั่งซื้อขายโดยให้ความสำคัญกับคำสั่งที่มีราคาดีที่สุด ณ ขณะนั้นๆ และหากมีคำสั่งที่มีราคาดีที่สุดหลายคำสั่งระบบจะดูจากเวลาที่คำสั่งที่เข้ามาในระบบ (Price and then Time Priority) โดยจะจับคู่ให้อัตโนมัติ (Automatching) ไม่มีการแทรก แซงจากบุคคลใดทั้งสิ้น หากยังไม่มีคำสั่งซื้อและคำสั่งขายที่จะจับคู่กันได้ ระบบซื้อขายจะยังเก็บรวบรวมคำสั่งซื้อขายทั้งหมดไว้ เพื่อรอคำสั่งซื้อขายที่จะเข้ามาใหม่เพื่อจับคู่ซื้อขายต่อไปการซื้อขายวิธีนี้ใช้กับการซื้อขายบนกระดานหลัก (Main Board) กระดานหน่วยย่อย (Odd Lot Board) และกระดานต่างประเทศ (Foreign Board)
BID PRICE
ราคาเสนอซื้อของแต่ละหุ้นบนกระดาน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง การเสนอซื้ออาจมีเข้ามาหลาย ณ ระดับราคา ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์จะเรียงลำดับราคาเสนอซื้อที่สูงสุดเป็นลำดับแรก เพื่อรอการจับคู่การซื้อขาย

BIG LOT
การซื้อขายรายใหญ่เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ทุกประเภทในจำนวนมากโดยไม่ได้แบ่งย่อย ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ปริมาณการซื้อขายตั้งแต่ 1 ล้านหลักทรัพย์ขึ้นไป หรือมูลค่าการซื้อขายตั้งแต่สามล้านบาทขึ้นไป เป็นการซื้อขายรายใหญ่ทั้งนี้ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคากันเอง การซื้อขายลักษณะนี้จะใช้วิธีซื้อขายแบบ Put-through

BOARD LOT
หน่วยการซื้อขาย คือ จำนวนหน่วยขั้นต่ำในการซื้อขายหุ้นบนกระดาน ( Main Board ) ปัจจุบันกำหนดให้ 1 หน่วยการซื้อขาย หรือ 1 Board Lot เท่ากับ 100 หุ้น ( หากหลักทรัพย์ใดมีราคาซื้อขายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปติดต่อกันถึง 6 เดือน หน่วยซื้อขายจะกำหนดให้เท่ากับ 50 หุ้น )

BOOK VALUE
มูลค่าตามบัญชี คือมูลค่าของหุ้นสามัญที่ได้จากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์/สุทธิของบริษัทตามงบดุลล่าสุดของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ( คำนวณจากสินทรัพย์รวม- หนี้สินรวม ) หรือก็คือส่วนของผู้ถือหุ้นนั่นเอง หากกรณีบริษัทมีการชำระบัญชีเพื่อเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นก็จะได้รับเงินทุนต่อหุ้นคืนในจำนวนเท่ากับมูลค่าตามบัญชี

CEILING & FLOOR
ราคาซื้อ/ขายสูงสุดและต่ำสุดของหุ้น กล่าวคือ ระดับราคาที่หุ้นสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้สูงสุดในแต่ละวัน ซึ่งปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ร้อยละ 30 ของราคาปิดวันก่อน ยกเว้นในกรณี ดังนี้
  • หุ้นที่เริ่มซื้อขายเป็นวันแรก
  • หุ้นที่มีการซื้อขายเป็นวันแรกและถูกขึ้นเครื่องหมาย XD,XR,XS หรือ XA
  • หุ้นที่ไม่มีการซื้อขายติดต่อกันเกินกว่า 15 วันทำการ
  • หุ้นที่มีราคาต่ำกว่า 1 บาท

CIRCUIT BREAKER
คือ มาตรการที่ตลาดหลักทรัพย์นำมาใช้เพื่อหยุดการซื้อขายชั่วคราวในกรณีที่การซื้อขายหุ้นในตลาดโดยรวมตกต่ำอย่างมากจนผิดปกติ ทั้งนี้ เพื่อให้นักลงทุนได้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆระยะหนึ่งก่อนที่จะเปิดให้ทำการซื้อขายหุ้นได้ต่อไป โดยระบบหยุดการซื้อขายชั่วคราวมีหลักเกณฑ์ดังนี้

ครั้งที่1 เมื่อ set index ลดลงถึง 10 % ของค่าดัชนีปิดเมื่อวันก่อนหน้า ตลาดจะหยุดพักเป็นเวลา 30 นาที

ครั้งที่2 เมื่อ set index ลดลงถึง 20% ของค่าดัชนีปิดเมื่อวันก่อนหน้า ตลาดจะหยุดพักเป็นเวลา 1 ชั่วโมง

*หลังจากมีการหยุดการซื้อขายทั้ง 2 ครั้งแล้ว ตลาดจะเปิดทำการให้ซื้อขายต่อจนกว่าถึงเวลาตลาดปิดโดยจะไม่มีการหยุดการซื้อขายอีก

CLOSED-END FUND/OPEN-END FUND
กองทุนปิด/กองทุนเปิด

กองทุนปิด ( Close-end fund ) เป็นกองทุนรวมประเภทไม่รับซื้อหน่วยลงทุนคืนก่อนครบกำหนดโครงการมีการกำหนดขนาดและอายุของกองทุนที่ชัดเจน โดยจะเปิดขายหน่วยลงทุนเพียงครั้งเดียวเมื่อเริ่มโครงการ และจะรับไถ่คืนต่อเมื่อกองทุนหมดอายุเท่านั้น กองทุนประเภทนี้มักจะมีสภาพคล่องสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้จากการนำหน่วยลงทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับราคาตลาด

กองทุนเปิด ( Open-end fund ) เป็นกองทุนรวมประเภทรับซื้อหน่วยลงทุนที่ไม่มีการกำหนด ขนาด อายุ และระยะเวลาที่แน่นอน โดยจะมีการออกหน่วยลงทุนใหม่ตลอดเวลาที่มีผู้ซื้อต้องการ และจะรับซื้อคืนจากผู้ที่ถือหน่วยลงทุน โดยราคาขายหน่วยลงทุนใหม่และราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุนนั้นจะใช้ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ( Net Asset Value ) ต่อหน่วยลงทุนเป็นเกณฑ์

CLOSING PRICE
ราคาปิด : ในการคำนวณหาราคาปิด ตลาดหลักทรัพย์จะเปิดให้สามารถซื้อขายหุ้นได้จนถึงเวลา 16.30 น. จากนั้นระบบการซื้อขายจะหาเวลาปิดโดยการสุ่มเลือก ( Random) ในช่วงเวลา 16.30-16.40น.และจะเปิดโอกาสให้ Broker สามารถส่งคำสั่งได้อีกอย่างน้อย 5 นาที แต่จะยังไม่มีการจับคู่จนกว่าจะถึงเวลาปิด จึงจะนำคำสั่งเสนอซื้อ/ขายทั้งหมดที่ค้างอยู่ ในระบบนำมาคำนวณหาราคาปิดของแต่ละหลักทรัพย์โดยวิธี Call Market ( วิธีจะคล้ายกับการสุ่มราคาเปิด ) ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

  • เป็นราคาซื้อขายที่ทำให้เกิดการซื้อขายได้ในปริมาณมากที่สุด
  • ถ้ามีราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายได้มากที่สุด มากกว่า 1 ราคา ให้ใช้ราคาที่ใกล้เคียงกับราคาซื้อครั้งสุดท้ายในวันทำการก่อนหน้ามากที่สุด
  • ถ้ามีราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดในวันทำการก่อนหน้า มากกว่า 1 ราคา ให้ใช้ราคาที่สูงกว่าเป็นราคาปิด

กรณีที่ไม่สามารถคำนวณหาราคาปิดตามหลักเกณฑ์ข้างต้นได้นั้นให้ถือว่าราคาครั้งสุดท้ายในวันนั้นเป็นราคาปิด

วิธีสุ่มเลือกเวลา ( Random Time ) และวิธีสุ่มเลือก Call Market นั้นจะช่วยให้ลดการสร้างราคาปิด และทำให้ราคาปิดของตลาดหลักทรัพย์นั้นมีเสถียรภาพมากขึ้น

COMMISSION
ค่านายหน้า คือค่าธรรมเนียมที่ลูกค้าจะต้องชำระให้กับบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นนายหน้าเมื่อลูกค้าได้ทำการซื้อหรือขาย โดยอัตราที่ตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนด คืออัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.25 ของมูลค่าการซื้อขาย ในประเภทระบบบัญชีเงินสดหรือผ่าน Broker และอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.20 ในการซื้อขายผ่านระบบอินเตอร์เนต

DELISTING
การเพิกถอนหุ้นจดทะเบียน : อาจเกิดขึ้นได้หลายกรณี โดยบริษัทจดทะเบียนอาจขอเพิกถอนหุ้นสามัญของตนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนโดยสมัครใจ ในกรณีนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ประชุมถือหุ้นของบริษัทที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมดและต้องไม่มีผู้ถือหุ้นคัดค้านการเพิกถอนเกินกว่า 10 % ของหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด หรือตลาดหลักทรัพย์อาจส่งให้เพิกถอนในกรณีที่อาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อผู้ลงทุน อาทิ บริษัทประสบปัญหาทางการเงินและผลการดำเนินงานตกต่ำลง หรือบริษัทไม่มีคุณสมบัติในการเป็นบริษัทจดทะเบียนได้ และกรณีที่บริษัทได้กระทำผิดกฎหมายหรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้อาจมีการเพิกถอนหลักทรัพย์อื่นที่ไม่ใช่หุ้นทุน เมื่อครบอายุโครงการ เช่น หน่วยลงทุน หรือเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิ ( Warrant ) หุ้นกู้ หรือหุ้นแปลงสภาพ

DIVIDEND
เงินปันผล คือ ส่วนของกำไรที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์แบ่งจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้นๆตามสิทธิของแต่ละหุ้น ซึ่งอาจอยู่ในรูปเงินสด หรือ หุ้นปันผลก็ได้ การจ่ายเงินปันผลจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับนโยบายการจ่ายปันผลของบริษัทและผลการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละปี

DIVIDEND YIELD
คือ ค่าสถิติที่บอกให้นักลงทุนทราบว่า หากลงทุนซื้อหุ้นตามราคาตลาดปัจจุบัน จะมีโอกาสได้รับเงินปันผลตอบแทนจากการลงทุน คิดเป็นอัตราร้อยละของราคาหุ้นที่ซื้อ ซึ่งมีสูตรคำนวณ ดังนี้

อัตราเงินปันผลตอบแทน = เงินปันผลต่อหุ้น X 100
                                 ราคาตลาดของหุ้น

EARNING PER SHARE ( EPS )
คือ ส่วนของกำไรสุทธิของผลการดำเนินงานของบริษัทที่แบ่งเฉลี่ยให้แก่หุ้นสามัญแต่ละหุ้น ซึ่งมีสูตรคำนวณ ดังนี้

กำไรต่อหุ้น = กำไรสุทธิของบริษัท
                จำนวนหุ้นสามัญที่เรียกชำระแล้วของบริษัท

FOREIGN BOARD
กระดานต่างประเทศเป็นที่รองรับการซื้อขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติด้วยกันเพื่อความสะดวกในการโอนหุ้นได้โดยไม่ติดข้อจำกัด เรื่องการถือครองหุ้นของชาวต่างชาติ กล่าวคือ หุ้นที่นำมาขายผ่านกระดานต่างประเทศนั้นจะต้องเป็นหุ้นที่ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของอยู่แล้ว ซึ่งการซื้อขายลักษณะนี้จะทำได้โดยวิธี Automatic Order และ Put –Through ราคาในกระดาน Foreign Board จะไม่มีข้อจำกัดเรื่อง Ceiling and Floor Price

   
  ลิขสิทธิ์ของ บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์