หลักการบรรษัทภิบาล| นักลงทุนสัมพันธ์| มุมสมาชิก| เกี่ยวกับซีมิโก้| ติดต่อซีมิโก้| แนะนำ ติชม| เว็บไซต์น่าสนใจ| แผนผังเว็บไซต์ 
Login
รหัสผ่าน
 
ลืมรหัสผ่าน | ขอรหัสผ่าน
อนุพันธ์
ตราสารอนุพันธ์ คืออะไร
ลักษณะเฉพาะของตราสารอนุพันธ์
ซื้อขายอะไรในตลาดอนุพันธ์
ช่วงเวลาซื้อขาย
ค่านายหน้า
ขั้นตอนการเปิดบัญชี
การวางหลักประกัน
การปรับมูลค่าตามราคาตลาด
อัตราดอกเบี้ย
สรุปลักษณะสำคัญของ SET50 Index Options
เกณฑ์การส่งคำสั่งซื้อขาย
แจ้งการโอนเงิน(ผ่านออนไลน์)
แหล่งข้อมูล
เอกสารอ้างอิงจากการอบรม & สัมมนา
ฟังข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนใน Future
ติดต่อเจ้าหน้าที่
ติดต่อเจ้าหน้าที่
 
ชื่อย่อหลักทรัพย์
 


อนุพันธ์
ตราสารอนุพันธ์ คืออะไร

ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) คือ สินทรัพย์ทางการเงินชนิดหนึ่งที่มีมูลค่าขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นที่เรียกว่า สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) ตราสารอนุพันธ์มีหลายรูปแบบ เช่น รูปแบบที่เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จะเป็นการทำสัญญากันระหว่างบุคคล 2 ฝ่ายที่ตกลงกัน ณ วันนี้ เพื่อซื้อขายสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยระบุประเภท จำนวน และเวลาที่จะส่งมอบสินค้ากัน โดยที่สำคัญคือ ตกลงราคากันไว้ ณ วันนี้ เพื่อนำมาใช้เป็นราคาที่ทำการซื้อขาย เมื่อถึงเวลาที่ตกลงจะส่งมอบสินค้ากัน

เนื่องจากสินค้าอ้างอิงเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่นำมาอ้างอิงเพื่อซื้อขายสัญญา ซึ่งเมื่อถึงวันครบกำหนด อาจมีการซื้อขายหรือส่งมอบสินค้ากันจริงๆ เช่น สินค้าเกษตร แต่สำหรับสินค้าอ้างอิงบางประเภท เช่น ดัชนีหลักทรัพย์กลุ่มต่างๆ อัตราดอกเบี้ย หรืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถส่งมอบสินค้าอ้างอิงกันได้จริง ผู้ซื้อและผู้ขายจะใช้วิธีการชำระส่วนต่างกำไรหรือขาดทุนแทน

ลักษณะสำคัญของอนุพันธ์ที่แตกต่างจากตราสารทางการเงินประเภทอื่น และผู้สนใจลงทุนจำเป็นต้องทำความเข้าใจก็คือ อนุพันธ์มีอายุจำกัด และอนุพันธ์จะกำหนดเงื่อนไขข้อผูกพันตามที่ระบุให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายจำเป็นต้องปฎิบัติตามไว้อย่างชัดเจน

ลักษณะเฉพาะของตราสารอนุพันธ์

1. ตราสารอนุพันธ์ไม่มีมูลค่าในตัวเอง แต่มูลค่าจะอ้างอิงกับราคาของ “ สินทรัพย์อ้างอิง ( Underlying Asset )” ที่ตราสารอนุพันธ์นั้นอ้างอิงอยู่

2. ตราสารอนุพันธ์มีอายุจำกัด ไม่เหมือนกับหุ้นสามัญที่ผู้ถือหุ้นมีสิทธิตามกฎหมายในหุ้นของตนตราบเท่าที่บริษัทผู้ออกหุ้นนั้นยังคงอยู่

3. ตราสารอนุพันธ์เป็นสัญญาที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ ในขณะที่การลงทุนในหุ้นสามัญ ผู้ถือหุ้นสามารถถือหุ้นได้นานตามความต้องการ โดยไม่มีเงื่อนไขอะไรมาบังคับว่าจะต้องขายหุ้นออกไปเมื่อนั้นเมื่อนี้

4. ตราสารอนุพันธ์มี Leverage นั้นก็คือ ใช้เงินลงทุนน้อย แต่ผู้ลงทุนมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ในอัตราที่สูง ทั้งในด้านบวก (กำไร) และด้านลบ (ขาดทุน)

ซื้อขายอะไรในตลาดอนุพันธ์

ตราสารอนุพันธ์มีหลายประเภท แต่ที่มักซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ ได้แก่ Futures และ Options

Futures หมายถึง สัญญาที่กำหนดให้คู่สัญญาต้องซื้อหรือขายสินค้าอ้างอิงให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง ณ. เวลาหนึ่งในอนาคต ตามจำนวนและราคาตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ข้อผูกผันนี้จะอยู่ไปจนครบอายุหรือจนกว่าจะมีการหักล้างสัญญาเกิดขึ้น

Options หมายถึง สัญญาที่ให้สิทธิแก่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งที่จะเรียกให้คู่สัญญาอีกฝ่ายซื้อหรือขายสิทธิเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต ตามจำนวนและราคาตามที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยผู้ได้สิทธินี้จะใช้สิทธิก็ได้

ตาม พรบ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ตราสารอนุพันธ์ที่สามารถซื้อขายในตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย ( Thailand Futures Exchange หรือ TFEX ) ได้ จะครอบคลุมถึงฟิวเจอร์ส ( Futures ) ออปชัน ( Options ) และออปชันบนสัญญาฟิวเจอร์ส ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงประเภทอื่น ได้แก่

  • หุ้นสามัญ และดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์
  • อัตราดอกเบี้ย พันธบัตร และหุ้นกู้
  • อัตราแลกเปลี่ยน
  • ทองคำ น้ำมันดิบ หรือดัชนีทางการเงินอื่นๆ


SET50 Index Futures

สำหรับตราสารอนุพันธ์ ที่จะทำการซื้อขายผ่านตลาดอนุพันธ์ฯในลำดับแรกคือ ฟิวเจอร์สของ SET50 หรือที่เรียกว่า SET50 Index Futures ซึ่งเป็นการนำ SET50 Index มาเป็นดัชนีอ้างอิงของฟิวเจอร์ส ทั้งนี้ SET50 Index เป็นดัชนีราคาหุ้นที่ใช้แสดงราคาหุ้นสามัญจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 50 หลักทรัพย์ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นผู้คัดเลือกหุ้นสามัญที่จะนำมาคำนวณในดัชนี SET50

SET50 Index Futures เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผู้ซื้อกับผู้ขายมาตกลงซื้อขายดัชนี SET50 กัน ในราคาหนึ่ง ในอนาคตข้างหน้า เช่น 3 เดือน 6 เดือน เป็นต้น เนื่องจาก SET50 Index เป็นดัชนี ดังนั้นผู้ซื้อขายจึงไม่สามารถส่งมอบดัชนีกันได้ จึงมีการจ่ายชำระกำไรขาดทุนกันแทน ทั้งนี้ เงินกำไรขาดทุน จะคำนวณจากส่วนต่างระหว่างระดับดัชนีที่ตกลงกันในวันนี้ กับระดับดัชนีในอนาคต แล้วแปลงให้เป็นจำนวนเงิน

ตลาดอนุพันธ์ฯ กำหนดให้ระยะเวลาที่สิ้นสุดคือทุกสิ้นไตรมาส เช่น เดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม เมื่อถึงวันที่สัญญาสิ้นสุดอายุ ผู้ซื้อและผู้ขายจะตกลงชำระเฉพาะส่วนต่างของกำไรและขาดทุนเป็นเงินสด

ในเบื้องต้นตลาดอนุพันธ์ฯ กำหนดให้สัญญาที่จะสามารถซื้อขายกันได้มีจำนวน 4 สัญญา โดยสิ้นสุด ทุกๆ ไตรมาส ในแต่ละสัญญาที่สิ้นสุดทุกไตรมาสนั้น ตลาดอนุพันธ์จะกำหนดวันที่สิ้นสุดและวันสุดท้ายของการซื้อขาย ดังนี้

วันสุดท้ายของการซื้อขาย คือวันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนที่ชำระราคาหรือส่งมอบของสัญญานั้น โดยให้ช่วงเวลาซื้อขายในวันสุดท้ายของการซื้อขายสัญญาที่ครบกำหนดชำระราคาหรือส่งมอบสิ้นสุดในเวลา 16.30น.


ตัวอย่าง SET50 Index Futures ที่สิ้นสุดอายุเดือนมิถุนายน

วันทำการสุดท้ายของเดือน
วันที่ 30 มิถุนายน 49
วันสิ้นสุดอายุและวันซื้อขายวันสุดท้าย
วันที่ 29 มิถุนายน 49

หมายเหตุ : เมื่อถึงวันซื้อขายวันสุดท้ายของแต่ละสัญญา จะมีสัญญาใหม่ของเดือนเดียวกัน แต่สิ้นสุดในปีถัดไปเริ่มต้น

ตลาดอนุพันธ์ได้กำหนดสัญลักษณ์ของ SET50 Index Futures โดยกำหนดให้ S50 แทน SET50 Index และกำหนดสัญลักษณ์ของเดือนที่ครบอายุโดยใช้อักษรภาษาอังกฤษ 1 ตัวอักษรเป็นสัญลักษณ์ชื่อย่อของเดือนที่ครบกำหนดของ Futures โดยเป็นอักษรย่อสากลที่ตลาดอนุพันธ์อื่นๆ ทั่วโลกใช้อ้างอิง


ตารางสัญลักษณ์ของเดือนที่ครบอายุ

เดือน

สัญลักษณ์

January
F
February
G
March
H
April
J
May
K
June
M
July
N
August
Q
September
U
October
V
November
X
December
Z


สัญลักษณ์ของ SET50 Index Futures ของแต่ละอายุสัญญาเป็นดังนี้

Series Name

S50H06 = SET50MAR06
S50M06 = SET50JUN06
S50U06 = SET50SEP06
S50Z06 = SET50DEC06
S50H07 = SET50MAR07


สัญลักษณ์ของ
SET50 Index Options ประกอบด้วย

  • Underlying Asset   สินค้าอ้างอิง  ในที่นี้คือ ดัชนี SET50 Index
  • Expiration Month   เดือนที่สัญญาสิ้นอายุ  ในที่นี้คือ มีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม
  • Call or Pu             สถานะการถือครองสัญญา  (ถือ Call หรือ Put )
  • Strike Price          ราคาใช้สิทธิ ( 10จุด )

จากตัวอย่าง   S50M07C500   หมายถึง SET50 Call Option ที่อ้างอิงดัชนี SET50 ที่สัญญาสิ้นสุดอายุในเดือนมิถุนายนปี 07 และมีราคาใช้สิทธิเท่ากับ 500 จุด

จะเห็นได้ว่าสัญลักษณ์ย่อ 6 ตัวแรก จะเหมือนกับ SET50 Futures เพียงแค่เพิ่มประเภทของออปชัน และราคาใช้สิทธิพ่วงท้ายเท่านั้น


สรุปลักษณะสำคัญของ SET50 Index Futures

สินค้าอ้างอิง ดัชนี SET50
ตัวคูณดัชนี ( Multiplier ) 1 , 000 บาท/จุด
ช่วงห่างของราคาขั้นต่ำ 0.1 จุด
ช่วงการเปลี่ยนแปลงสูงสุดแต่ละวัน ไม่เกิน 30 % ของ Settlement Price ก่อนหน้า
เวลาซื้อขาย

ก่อนเปิดตลาดเช้า 9.15 – 9.45
ช่วงเช้า 9.45 – 12.30
ก่อนเปิดตลาดบ่าย 14.00 – 14.30
ช่วงบ่าย 14.30 – 16.55

ราคาดัชนีในการชำระราคาเมื่อ
สัญญาหมดอายุ
ค่าเฉลี่ยทศนิยม 2 ตำแหน่ง คำนวณจากดัชนี SET50 รายนาที เวลา
16.00 – 16.30 ราคาปิดของดัชนีซื้อขายวันสุดท้าย ตัดค่าสูงสุด ต่ำสุด 3 ค่า
การส่งมอบและการชำระราคา ชำระส่วนต่างราคาด้วยเงินสด
วันซื้อขายวันสุดท้าย วันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ

สรุปลักษณะสำคัญของ SET50 Index Options
สินค้าอ้างอิง ดัชนี SET50 Index
ตัวคูณดัชนี ( Multiplier ) 200 บาท ต่อ 1 จุดดัชนี
ประเภทการใช้สิทธิ (Exercise Style) ใช้สิทธิได้เมื่อถึงกำหนดเท่านั้น (European Style)
เดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ เดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม โดยนับไปไม่เกิน 4 ไตรมาส
เวลาซื้อขาย

Pre-open (ก่อนเปิดตลาดเช้า)     9.15 – 9.45
Morning Section (ช่วงเช้า)         9.45 – 12.30
Pre-open (ก่อนเปิดตลาดบ่าย)    14.00 – 14.30
Afternoon Section (ช่วงบ่าย)     14.30 – 16.55

ราคาใช้สิทธิ
(Strike Price Interval)

10 จุด โดยช่วงเริ่มต้นของทุกวันทำการกำหนดให้มี

  • Series ที่ at-the-money 1 series
  • Series ที่ in-the-money 5 series
  • Series ที่ out-the-money 5 series
โดยจะมีการเพิ่ม series ใหม่ เพื่อให้มีจำนวน series ที่ in-the-money และ out-the-money อย่างน้อยอย่างละ 5 series
ช่วงราคาซื้อขายขั้นต่ำ (Tick Size) 0.1 จุด

ช่วงการเปลี่ยนแปลงสูงสุดแต่ละวัน (Price Limit)

Prior Settlement Price ± 30% ของราคาปิดของ SET50 Index ในวันทำการก่อนหน้า
ราคาดัชนีในการชำระราคาเมื่อสัญญาหมดอายุ (Final Settlement Day) ค่าเฉลี่ยของ SET50 Index ของวันซื้อขายสุดท้าย โดยใช้ค่าดัชนีรายนาทีตั้งแต่ ณ เวลา 16.01 – 16.30 น. และค่าดัชนีราคาปิด SET50 Index ของวันนั้น โดยตัดค่ามากที่สุด 3 ค่า และค่าที่น้อยที่สุด 3 ค่าออก แล้วคำนวณเป็นค่าทศนิยม 2 ตำแหน่ง

วันซื้อขายวันสุดท้าย (Last Trading Day)

วันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนที่สัญญาสิ้นอายุ เวลาปิดซื้อขายของวันทำการสุดท้าย คือ 16.30 น.

วิธีการส่งมอบหรือชำระราคา
(Settlement Method)

ชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement)

จำนวนการถือครองสัญญาสูงสุด
(Position Limit)

มีฐานะสุทธิในสัญญา SET50 Index Futures และในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอื่นที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 Index เมื่อคำนวณเทียบเท่ากับฐานะใน SET50 Index Futures (Equivalent Positions) ในเดือนใดเดือนหนึ่ง หรือทุกเดือนรวมกันในด้านใดด้านหนึ่งของตลาดไม่เกินกว่า 10,000 สัญญา
จำนวนการถือครองสัญญาที่ต้องรายงาน (Large Position Report) เมื่อมีฐานะสุทธิใน SET50 Index Options ใน Series ใด Series หนึ่ง หรือมีฐานะสุทธิรวมใน Call Options หรือ Put Options ตั้งแต่ 2,500 สัญญาขึ้นไป

 

ช่วงเวลาซื้อขาย
ช่วง Pre-open 9.15 น. – 9.45 น.
ช่วง Morning Session 9.45 น. – 12.30 น.
ช่วง Pre-open 14.00น. – 14.30 น.
ช่วง Afternoon Session 14.30 น. – 16.55 น.

ค่านายหน้า

1. SET50 Index Futures

จำนวนสัญญาต่อวัน
อัตราค่านายหน้า
(บุคคลธรรมดา)
อัตราค่านายหน้า
(นิติบุคคล)
สัญญาที่ 1 - 5
450 บาท + VAT 7%
250 บาท + VAT 7%
สัญญาที่ 6 - 20
350 บาท + VAT 7%
สัญญาที่ 21 ขึ้นไป
250 บาท + VAT 7%


2. SET50 Index Options

  
  2.1 ค่าธรรมเนียมต่อสัญญา

จำนวนสัญญาต่อวัน
อัตราค่านายหน้า
(บุคคลธรรมดา)
อัตราค่านายหน้า
(นิติบุคคล)
สัญญาที่ 1 - 25
90 บาท + VAT 7%
50 บาท + VAT 7%
สัญญาที่ 26 - 100
70 บาท + VAT 7%
สัญญาที่ 101 ขึ้นไป
50 บาท + VAT 7%

    
    2.2 ค่าธรรมเนียมการให้บริการอื่น

ประเภทของการบริการ
อัตราค่านายหน้า
(ต่อสัญญา)
ใช้สิทธิ (Exercise)
10
ไม่ใช้สิทธิ (Non-Exercise)
ไม่มี
ปฏิเสธการใช้สิทธิ (Deny)
10
ถูกใช้สิทธิ (Assign)
ไม่มี
ไม่ถูกใช้สิทธิ (Non-Assign)
ไม่มี

ขั้นตอนการเปิดบัญชี

การเิปิดบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

  • ลูกค้าที่ต้องการเปิดบัญชีซื้อขายสัญญาืซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) สามารถพิมพ์ใบสมัคร ผ่านระบบ
    ออนไลน์แล้วส่งมายังบริษัทซีมิโก้ได้ โปรดกดที่นี่ เพื่อพิมพ์เอกสารเปิดบัญชีืซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) หากไม่สะดวกท่านสามารถติดต่อขอเอกสารได้ที่เบอร์ 0-2695-5558 หรือ

    - derivativescenter@seamico.co.th สำหรับท่านที่้ต้องการเปิดบัญชีซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด

    - futuresonline@seamico.co.th สำหรับท่านที่ต้องการเปิดบัญชีซื้อขายผ่านออนไลน์

  • บริษัทจะัจัดส่งรายละเอียดเลขที่บัญชีให้แก่ลูกค้าทางไปรษณีย์ภายใน 7 วันทำการ หลังจากได้รับเอกสารครบถ้วนตามเงื่อนไขการเิปิดบัญชี

  • เมื่อได้รับเลขที่บัญชีข้างต้นแล้ว ท่านจะเริ่มซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ได้หลังจากที่ท่านโอนเงินมายังบัญชีบริษัทฯ เพื่อนำมาเป็นเงินวางหลักประกันในการเปิดสัญญา

  • ลูกค้าที่มีบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับทางบริษัทฯ อยู่แล้ว และต้องการทำการซื้อขาย SET50 Index Options โปรดกดที่นี่




การวางหลักประกัน

การวางหลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin Requirement: IMR) ของ SET50 Index Futures และ SET50 Index Options มีแนวทางปฏิบัติดังนี้

1) ลูกค้าทั่วไป
ลูกค้าทั่วไปต้องวางหลักประกันไม่ต่ำกว่าระดับหลักประกันเริ่มต้น (IMR) (รวมค่านายหน้าซื้อขายสัญญาล่วงหน้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม) ก่อนการเปิดฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

2) ลูกค้าสถาบัน
ลูกค้าสถาบันต้องวางหลักประกันไม่ต่ำกว่าระดับหลักประกันเริ่มต้น (IMR) ภายในวันที่ T+1 ภายในหนึ่งชั่วโมงก่อนเวลาปิดทำการซื้อขาย โดยระดับหลักประกันเริ่มต้นจะคำนวณจากจำนวนสัญญาที่ลูกค้าได้เปิดฐานะไว้ ในการพิจารณาว่าลูกค้าสถาบันจะต้องวางหลักประกันเริ่มต้นหรือไม่ ให้บริษัทพิจารณาตามแนวทางดังนี้

  • กรณีลูกค้าสถาบันเปิดและปิดฐานะสัญญาในวันที่ T (ภายในวันเดียวกัน) ดังนั้นลูกค้าสถาบันไม่จำเป็นต้องวางหลักประกัน ในวันที่ T+1 แต่ต้องจ่ายส่วนต่างในกรณีที่มีผลขาดทุนเกิดขึ้น (รวมค่านายหน้าซื้อขายสัญญาล่วงหน้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม)

  • กรณีลูกค้าสถาบันเปิดฐานะสัญญา ณ วันที่ T และปิดฐานะสัญญาในวันที่ T+1 (ต่างวันกัน) ลูกค้าสถาบัน ยังมีภาระที่จะต้องวางหลักประกัน (รวมค่านายหน้าซื้อขายสัญญาล่วงหน้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตามระดับหลักประกันเริ่มต้น (IMR) ในวันที่T+1 และไม่สามารถจ่ายเฉพาะส่วนของผลต่างได้


1.ประเภทสินค้า SET50 Index Futures

หลักประกัน

Outright

Spread

หลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin-IM)

50,000

12,500

หลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin-MM)

35,000

8,800

หลักประกันปิดฐานะระหว่างวัน (Force Close Margin Require)

15,000

3,800


2.ประเภทสินค้า SET50 Index Options
กำหนดอัตราหลักประกัน (Margin) สำหรับ SET50 Index Options และได้จัดแบ่งตามประเภทลูกค้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • กรณีซื้อ (long) SET50 Index Options ลูกค้าทั่วไปต้องมีหลักประกันส่วนเกิน (EE) ไม่ต่ำกว่าค่าพรีเมี่ยม (Premium) ก่อนส่งคำสั่งดังกล่าวทำให้ระดับหลักประกันเริ่มต้น (IMR) ลดลง และ/หรือเป็นการปิดฐานะ

  • กรณีขาย (short) Set50 Index Options ลูกค้าทั่วไปและลูกค้าสถาบันต้องมีหลักประกันเทียบเท่าเงินสด (EE)

    (1) ลูกค้าทั่วไป

    กำหนดใช้ “การคำนวณระดับหลักประกันตามประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า” กำหนดให้อัตราค่าหลักประกันความเสี่ยงตามประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ต่อ หนึ่งสัญญามีดังต่อไปนี้

ค่า

หลักประกันเริ่มต้น
(Initial Margin-IM)

หลักประกันรักษาสภาพ
(Maintenance Margin-MM)

หลักประกันปิดฐานะ
ระหว่างวัน
(Force Close Margin Require)
A
(บาท)
10,000 - Out of Money Value
7,000 - Out of Money Value
3,000 - Out of Money Value
B
(บาท)
1,500
1,500
1,500


             (2) ลูกค้าสถาบัน
             สามารถเลือกใช้ “การคำนวณหลักประกันแบบ Portfolio” หรือการคำนวณระดับหลักประกันตาม
             ประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยกำหนดสำหรับอัตราหลักประกันตามประเภทของสัญญา
             ซื้อขายล่วงหน้าปัจจุบัน

Margin Require    =        Max (A, B) + Premium

ค่า
หลักประกันเริ่มต้น
(Initial Margin-IM)

หลักประกันรักษาสภาพ
(Maintenance Margin-MM)

A (บาท)
7,020 - Out of Money Value
5,200 - Out of Money Value
B (บาท)
1,000
1,000
  •  การคำนวณหลักประกันแบบ Portfolio
    • หลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin : IM) เท่ากับ 1.35 เท่าของหลักประกันที่คำนวณจากค่าความเสี่ยง (Risk Array) ที่สำนักหักบัญชีประกาศกำหนดรวมกับหลักประกันพรีเมียม (Premium Margin)

    • หลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin : MM) หลักประกันความเสี่ยง Risk Margin ที่คำนวณจากตารางค่าความเสี่ยง (Risk Array) ที่สำนักหักบัญชีประกาศกำหนดรวมกับหลักประกันพรีเมียม (Premium Margin)

*Out of the Money Value คำนวณจากส่วนต่างของราคาใช้สิทธิกับราคาของสินค้าอ้างอิง คูณด้วย multiplier
สำหรับ SET50 Index Call Options = Max (ราคาใช้สิทธิ – SET50 Index, 0) * 200 บาท
สำหรับ SET50 Index Put Options = Max (SET50 Index-ราคาใช้สิทธิ, 0) * 200 บาท

  • การขาย (Short) Options แบบกลยุทธ์

    กรณีมี Spread Position แบบ Bull Call Spread หรือ Bear Put Spread โดย Option ที่ Long มีวันครบกำหนดอายุไม่ต่ำกว่า Options ที่ Short
      Margin Requirement = 0

    กรณีมี Spread Position แบบ Bull Put Spread หรือ Bear Call Spread โดย Option ที่ Long มีวันครบกำหนดอายุไม่ต่ำกว่า Options ที่ Short
      Margin Requirement = ส่วนต่างของราคาใช้สิทธิ

    กรณีขาย Straddle หรือ Strangle โดย Call และ Put Options ครบกำหนดอายุในวันเดียวกัน
      Margin Requirement = Max(Call Outright Margin, Put Outright Margin) + Mark tomarket Options Premium

    กรณี ซื้อ Futures พร้อม ขาย Call Options หรือ ขาย Futures พร้อมขาย Put Options โดย Futures มีวันครบกำหนดอายุไม่ต่ำกว่า Options
      Margin Requirement = Futures Outright Margin + Mark to Market Options Premium

การปรับมูลค่าตามราคาตลาด (Mark to Market)

การคำนวณมูลค่าตลาดของ SET50 Index Futures และ SET50 Index Options

   การปรับฐานะประจำวัน โดยทำการคำนวณมูลค่าตลาด (Mark to Market) ของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฟิวเจอร์ส รวมถึงผลกำไรหรือขาดทุนจากฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าเพื่อทำการปรับมูลค่าหลักประกัน ของลูกค้าทั่วไปอย่างน้อยทุกสิ้นวันทำการ

    สำหรับกระบวนการก่อนส่งคำสั่งซื้อขายสัญญาล่วงหน้า บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบหลักประกันส่วนเกิน (Excess Equity) ของลูกค้าทั่วไปว่ามีเพียงพอในการส่งคำสั่งซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และระหว่างที่คำสั่งอยู่ในกระบวนการจับคู่อยู่นั้น หากปรากฎว่าหลักประกันของลูกค้าทั่วไปมีมูลค่าลดลงบริษัทจะดำเนินการดังนี้

1. หากคำสั่งไม่สามารถจับคู่ได้ เมื่อสิ้นวันให้ยกเลิกคำสั่งนั้น
2. หากคำสั่งนั้นสามารถจับคู่ได้ และเมื่อทำการ Mark to Market แล้วพบว่าหลักประกันของลูกค้าที่นำมาวางต่ำกว่าระดับหลักประกันรักษาสภาพ (MM) ให้ดำเนินการตามกระบวนการ Call Margin

ทั้งนี้ในกรณีดังกล่าวข้างต้น หากลูกค้าใช้คำสั่ง Good Till Date/Cancel โดยที่คำสั่งยังไม่สามารถจับคู่ได้ และมีความประสงค์จะใช้คำสั่ง Good Till Date/Cancel มีผลในวันทำการถัดไปบริษัทจะดำเนินการตรวจสอบหลักประกันของลูกค้าว่ามีเพียงพอก่อนที่จะอนุญาตให้คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ได้

สำหรับกระบวนการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าสถาบัน บริษัทจะปฏิบัติในลักษณะเช่นเดียวกันกับลูกค้าทั่วไป โดยอาจทำการตรวจสอบความเพียงพอจากวงเงินแทนจำนวนหลักประกันของลูกค้า

หมายเหตุ: การวางหลักประกันมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ลูกค้าสามารถศึกษาเพิ่มเติม โปรดกดที่นี่


การโอนเงินเข้าบัญชี (Derivatives)

1. นำฝากเงินหลักประกันเข้าบัญชีบริษัทฯ ตามรายละเอียดบัญชีธนาคารของบริษัทฯดังนี้

ชื่อบัญชี

บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน)  

ธนาคาร

สาขา

ประเภทบัญชี

เลขที่บัญชี

ธนาคารกรุงเทพ

สำนักงานใหญ่

กระแสรายวัน

101-3-32359-5

ธนาคารกสิกรไทย

สีลม

กระแสรายวัน

001-1-23345-7

ธนาคารไทยพาณิชย์

ถนนวิทยุ

กระแสรายวัน

049-3-04447-7

ธนาคารยูโอบี

สำนักงานใหญ่

กระแสรายวัน

047-1-03116-1

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

เพลินจิต

กระแสรายวัน

285-0-01123-4


เมื่อโอนเงินหลักประกันแล้ว จะต้องแจ้งบริษัทฯโดยการแฟกซ์สำเนาเอกสารใบนำฝากเงิน ( Pay-In-Slip ) พร้อมระบุ ชื่อ-นามสกุล หมายเลขที่บัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และหมายเลขโทรศัพท์มาที่ฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์ที่หมายเลข 0-2631-1704

หากท่านจำเป็นต้องโอนเงินฝากจากต่างประเทศ ขอแนะนำให้ท่าน ดาวน์โหลดและพิมพ์แบบฟอร์มการโอนเงิน นี้ กรุณากรอกแบบฟอร์ม ระบุจำนวนเงิน พร้อมลงนาม และยื่นแบบฟอร์มดังกล่าวที่ธนาคารใดๆ ในต่างประเทศเพื่อดำเนินการ

หมายเหตุ ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากการโอนเงินผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์หรือการโอนเงินจากต่างประเทศจะถูกหักออกจากยอดเงินโอน


2. นำฝากเงินหลักประกัน ผ่านวิธีการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ ( ATS )

  • สำหรับท่านที่มีหนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ ( ATS ) กับทางบริษัทแล้ว ท่านจะต้องแจ้งความประสงค์ให้หักบัญชีเงินฝากธนาคารของท่าน โดยกรอกรายละเอียดใน ใบนำส่งเงิน แล้วส่งมายังบริษัทฯ หากท่านต้องการพิมพ์ใบนำส่งเงินผ่านระบบออนไลน์ กดที่นี่

  • สำหรับท่านที่ไม่มีหนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝากธนาคาร ( ATS ) กับทางบริษัทฯ สามารถสมัครขอใช้บริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ( ATS ) ได้ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

    2.1 คลิกเพื่อดาวน์โหลดและพิมพ์ หนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) กรุณากรอกรายละเอียดและลงนามให้ตรงตามที่ให้ไว้กับธนาคารที่ประสงค์ให้หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ( ATS )

    2.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

    2.3 สำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่ประสงค์ให้หักบัญชีเงินฝาก หน้าที่ปรากฏชื่อ นามสุกล และเลขที่บัญชี ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

        กรุณาส่งเอกสารข้างต้นทั้งหมดมาที่บริษัทฯ ทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ด้านล่างนี้

        Derivatives Center
        บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน)
        287 อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ชั้น 8 ถ.สีลม แขวงสีลม เขตสีลม กรุงเทพ 10500

    2.4 ทันทีที่หนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝาก ได้รับการอนุมัติจากธนาคาร บริษัทฯจะแจ้งให้ท่านทราบทางอีเมล์
    (ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ หลังจากที่ได้รับเอกสารครบถ้วน)

หลังจากได้รับแจ้งฝากเงินของท่านแล้ว บริษัทฯจะดำเนินการปรับวงเงินซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า( Buying Limit ) ตามรอบเวลาดังนี้

  
รอบเวลาการปรับวงเงินซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

เวลาที่ได้รับแจ้ง

เวลาปรับวงเงิน ( Buying Limit )

แจ้งก่อน 12.00 น.

ไม่เกิน 14.30 น. (ภายในวันที่แจ้ง)

หลัง 12.00 น. ถึง 16.30 น.

ไม่เกิน 9.30 น. (ภายในวันทำการรุ่งขึ้น)


หมายเหตุ

  •  หากเป็นรายการฝากเงินผ่านระบบ ATM เพื่อเข้าบัญชีบริษัทฯ ธนาคารกสิกรไทยวงเงินซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ( Buying Limit ) ของท่านอาจไม่ได้รับการปรับวงเงินตามรอบเวลาดังกล่าวทั้งนี้อาจจะต้องอ้างอิงกับการยืนยันรายการฝากเงินจากธนาคารกสิกรไทยเท่านั้น

 •  การฝากเงินเพื่อเข้าบัญชีบริษัทฯจากต่างประเทศ จะได้รับการปรับวงเงินซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ( Buying Limit ) ตามการยืนยันรายการรับฝากจากธนาคารต้นทางเท่านั้น

       หากยอดเงินฝากไม่ปรากฎในวงเงินสำหรับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ( Buying Limit ) ของท่านตามรอบเวลาการปรับวงเงินฯ กรุณาติดต่อ คุณรัชนี สรหงษ์ โทรศัพท์ (66) 0-2695-5505 หรือ 0-2695-5527 หรือ อีเมล์ futuresonline@seamico.co.th


การหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ ATS

    บริษัทฯขอเสนอทางเลือกใหม่ในการนำฝากเงินหลักประกันโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ ทั้งกรณีโอนเงินเพื่อวางเป็นหลักประกันขั้นต้น IM หรือโอนเงินเพื่อชำระค่าวางหลักประกันเพิ่ม Magin Call

การหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ ATS
คือการหักบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อวางเป็นเงินหลักประกันขั้นต้น ( Initial Magin )

การหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ ATS เพื่อชำระค่าวางหลักประกันเพิ่ม Margin Call
คือการหักบัญชีเงินฝากเพื่อชำระค่าวางหลักประกันเพิ่ม กรณีที่เงินประกันขั้นต้น ( Initial Magin ) ต่ำกว่าระดับ ( Maintenance Margin )

เงื่อนไขการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ ATS

  1. กรณีที่ลูกค้าต้องการให้หักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ (ATS) สำหรับวางเงินหลักประกันขั้นต้น ( Initial Magin ) ใช้ได้เฉพาะลูกค้าที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แล้วเท่านั้น หากประสงค์จะใช้บริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ Margin Call ท่านจะต้องลงนามในหนังสือให้หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ATS เพื่อชำระค่าวางหลักประกันเพิ่ม Margin Call พร้อมแนบสำเนาบัญชีธนาคารหน้าที่ปรากฏชื่อ นามสกุล และเลขที่บัญชี ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง และส่งเอกสารมายังบริษัท

  2. กรณีที่ลูกค้ายังไม่มีหนังสือให้หักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ (ATS) ท่านจะต้องสมัครขอใช้บริการให้หักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ (ATS) ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

    • คลิกเพื่อดาวน์โหลดและพิมพ์ หนังสือ ให้หักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ (ATS) และ หนังสือให้หักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ ATS เพื่อชำระค่าวางหลักประกันเพิ่ม Margin Call กรุณากรอกรายละเอียดและลงนาม

    • แนบสำเนาบัตรประชาชน ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

    • สำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่ประสงค์ให้หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ หน้าที่ปรากฏชื่อ นามสกุล และเลขที่บัญชี ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

      กรุณาส่งเอกสารข้างต้นมาที่บริษัทฯทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ด้านล่างนี้

      คุณรัชนี สรหงษ์
      Derivatives Center
      บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน)
      เลขที่ 287 อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ชั้น 8 ถ.สีลม แขวงสีลม
      เขตบางรัก กรุงเทพ 10500

    • ทันทีที่หนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝาก ได้รับการอนุมัติจากธนาคาร บริษัทฯจะแจ้งให้ท่านทราบทางอีเมล์ (ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ หลังจากที่ได้รับเอกสารครบถ้วน)

หมายเหตุ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการใช้บริการให้หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ บริษัทฯขอแนะนำให้ท่านใช้บริการผ่านธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงเทพ ใช้สำหรับ หักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ ATS เพื่อชำระค่าวางหลักประกันเพิ่ม Margin Call เท่านั้น และทางบริษัทจะปรับวงเงินภายในเวลา 14.00 น. ครั้งเดียวและรอบเดียวเท่านั้น

วิธีการถอนเงินหลักประกัน

กดที่นี่ เพื่อพิมพ์ใบคำขอถอนเงินหลักประกัน และส่ง แฟกซ์ มาที่ ฝ่ายปฎิบัติการหลักทรัพย์
หมายเลข 0 2631 1704

หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาอนุมัติถอนเงิน ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

อัตราดอกเบี้ย

เงินหลักประกันคงเหลือ
( ประเภทบัญชี )

อัตราดอกเบี้ย
( ต่อปี )

สำหรับบุคคลธรรมดา

1.25 %

สำหรับนิติบุคคล
0.75 %

หมายเหตุ:

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยข้างต้น ตามความจำเป็นหรือตามที่ธนาคารพาณิชย์ไทยประกาศเปลี่ยนแปลง
  • บริษัทฯ จะปรับดอกเบี้ยเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ปีละ 2 ครั้ง ในทุกวันที่ 1 ของเดือนกรกฎาคม และ ทุกวันที่ 1 ของเดือนมกราคม กรณีที่วันกำหนดจ่ายดังกล่าวตรงกับวันหยุดราชการ บริษัทฯ จะดำเนินการโอน ดอกเบี้ยให้ท่านในวันทำการถัดไปแทน

เกณฑ์การส่งคำสั่งซื้อขาย
SET50 Index Futures
SET50 Index Options
Maximum Order Size :
- Trader
100 สัญญา
500 สัญญา
- Internet
20 สัญญา
100 สัญญา
คำสั่งซื้อขายประเภท Hidden Order
มี Show quantity
อย่างน้อย 10 สัญญา
มี Shown quantity
อย่างน้อย 10 สัญญา
Pre-trade Risk Management :
- Trader
Warning Level ให้ตรวจสอบความถูกต้อง และสอบถามความประสงค์ในการซื้อขายของลูกค้าอีกครั้งหนึ่ง ให้มีราคาเสนอซื้อขายเปลี่ยนแปลงจากราคา Last Execution Price ไม่เกินกว่า

± 5% ของ Last Execution Price
(ไม่เปลี่ยนแปลง)

± 5% ของราคาปิด SET50 Index ในวันทำการก่อนหน้า
- Internet

ตรวจสอบให้มีราคาเสนอซื้อขายเปลี่ยนแปลงจากราคา Last Execution Price
ไม่เกินกว่า

± 5% ของ Last Execution Price
(ไม่เปลี่ยนแปลง)

± 5% ของราคาปิด SET50 Index ในวันทำการก่อนหน้า


การส่งคำสั่งซื้อขาย SET50 Index Options ผ่านทาง Internet

1. Pre-trade session

  • ไม่สามารถส่งคำสั่ง Type = Limit, Validity =  FOK
  • ไม่สามารถส่งคำสั่ง Type = Market (MP)
  • การส่งคำสั่ง Stop Limit Order ไม่อนุญาตให้ใช้ Validity  FAK และ FOK
  • การส่งคำสั่ง Stop Limit Order สามารถส่ง Public Order ได้
  • การส่งคำสั่ง Stop Order ไม่สามารถส่งด้วยราคา MP
  • การส่งคำสั่ง Stop Order ไม่อนุญาตให้ใช้ FAK และ FOK ได้
  • ไม่สามารถส่งคำสั่ง Show QTY พร้อม Validity FOK หรือ FAK ได้
  • ไม่สามารถส่งคำสั่ง Show QTY ด้วยคำสั่ง MP ได้
  • ไม่สามารถส่งคำสั่งเกิน 100 สัญญาได้

2. Trade session

  • การส่ง Order MP จะต้องใส่ Validity เป็น FAK, FOK เท่านั้น
  • การ Show Qty หรือ Public Order ไม่อนุญาตให้ใช้ FAK, FOK, MP
  • การส่งคำสั่ง Stop Limit Order ไม่อนุญาตให้ใช้ Validity  FAK และ FOK
  • การส่งคำสั่ง Stop order (MP) ไม่สามารถส่งคำสั่งให้ Public Order ได้
  • การส่งคำสั่ง Stop Order (MP) ไม่อนุญาตให้ใช้ FOK, FAK, MP
  • ไม่สามารถส่งคำสั่ง เกิน 100 สัญญาได้
  • การส่งคำสั่ง ราคาที่เสนอซื้อเสนอขายเปลี่ยนแปลงจากราคาซื้อขายล่าสุดอยู่ระหว่าง ± 5% ของราคาปิดของดัชนี SET50 ในวันก่อนหน้าเท่านั้น

แหล่งข้อมูล

เอกสารอ้างอิงจากการอบรม และ สัมมนา
วันที่
หัวข้อ
ผู้บรรยาย
17 มิ.ย. 2549 จะเทรด FUTURE ให้ได้ดี ต้องเตรียมพร้อม - ดร. กัมปนาท ภูริวัฒนะ (เคนนี่)
- คุณวราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ (จอย)

รับฟังและดาวน์โหลดข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนใน Futures

ติดต่อเจ้าหน้าที่
Derivatives Center
บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ (มหาชน) จำกัด
เลขที่ 287 อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ชั้น 8
ถนนสีลม บางรัก, กรุงเทพ 10500

โทรศัพท์ : (66) 0 2695 5558
โทรสาร : (66) 0 2695 5599
อีเมล์ : derivativescenter@seamico.co.th




   
  ลิขสิทธิ์ของ บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์